รีวิวทริปเบตง-ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์

 

เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวหาดใหญ่-เบตง-ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์ (ไปรถไฟตู้นอน-กลับเครื่องบิน)

ใครที่กำลังคิดจะไปเที่ยว ขอเชิญชวนคะไม่ผิดหวังแน่นอน

 

เริ่มวันแรกกันเล๊ยยย

18-05-2019

วันแรกเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ชานชาลาที่ 3 ขบวนที่เรานั่งนี้ เป็นรถด่วนพิเศษที่ 31 “ทักษิณารัถย์” ซึ่งมีเที่ยวปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2559 ขึ้นรถจากสถานีรถไฟหัวลำโพงเวลา 14.45 น. และถึงหาดใหญ่เวลา 6.35 น. เรานั่งชั้น 2 ตู้ที่ 5 แม้จะใช้เวลาเดินทางนานแต่ก็มีข้อดีแบบสุดๆหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย นั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำสุด สุดจนหนาว 555 เบาะนุ่มมาก และที่สำคัญมีเตียงให้นอนจ้า ได้มีเวลาชิวๆ ไม่เร่งรีบ ไม่รีบร้อน ไม่อึดอัด ซึ่งในขบวนรถไฟก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เช่น หมอน1ใบ ห้องน้ำ อ่างล้างมือ ปลั๊กไฟ และตู้เสบียงอาหาร รถไฟเคลื่อนออกจากชานชาลา พนักงานก็เริ่มแจกน้ำดื่มคนละ1ขวด นั่งเพลินไปเรื่อยๆฟังเพลงบ้าง หลับบ้าง

เวลาผ่านไปเกือบ 5 โมงเย็นรถไฟใกล้ถึงสถานีราชบุรี นั่นคือการแย่งกันซื้อก๋วยเตี๋ยวราชบุรีมารองท้อง กล่องละ10บาท ในกล่องเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งเส้นเล็ก มีเนื้อหมู ลูกชิ้นหมู และลูกชิ้นปลาอยู่นิดหน่อย คือแบบว่าอร่อยมากกกกก แต่นิดเดียว 555 โดยปกติถ้าเป็นขบวนอื่นแม่ค้าจะขึ้นมาขายบนรถ แต่ขบวนนี้เป็นรถไฟระบบปิด ไม่อนุญาตให้มีการขายของบนรถ จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องลุกมาขยับแข้งขาแล้ววิ่งไปที่ประตูขึ้นลงเพื่อรอวินาทีที่รถไฟจอดเทียบชานชาลาสถานีราชบุรี (**ของเราพนักงานบริการลงไปซื้อมาให้ เพื่อจะได้รวดเร็ว**)

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง เราเข้าใกล้เพชรบุรีแล้ว และแน่นอนว่าก๋วยเตี๋ยว 1 กล่องนั้นไม่อิ่มเอาเสียเลย จึงต้องขอไปฝากท้องกับตู้เสบียง ในตู้เสบียงก็จะมีโต๊ะให้นั่งทานหรือจะสั่งให้ไปส่งที่ ที่นั่งของเราก็ได้ค่ะ มีของคาว ของหวาน น้ำผลไม้ปั่น ชา กาแฟ สำหรับราคาก็ไม่แพงนะคะ ของเราทานแบบเป็นเซตค่ะ 140 บาท มีกับข้าว 2อย่าง (ไก่กระเทียม+ต้มยำไก่) น้ำส้ม เค็กกล้วยหอม ในระหว่างที่ทานก็จะถึงหัวหินแล้ว

หัวค่ำพนักงานเริ่มปูเตียง ปรับจากนั่งเป็นนอน มีผ้าห่มให้ มีผ้าม่านปิดกั้นทางเดิน ล้างหน้าแปลงฟันเข้านอนได้ค่ะ นอนเก็บแรงไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้ายังต้องเดินทางต่ออีกยาววว

19-05-2562

อรุณสวัสดิ์ เราตื่นแล้ว

สิ่งแรกที่ทำก็คือมองดูวิวนอกหน้าต่างก่อนเลย พนักงานเริ่มเก็บเตียงปรับเป็นที่นั่งเหมือนเดิม รอเวลารถไฟถึงหาดใหญ่ 06.25 น. รถไฟหยุดสนิทที่ชานชาลา ถึงแล้วสถานีชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา

จากนั้นลงรถไฟแล้วไปขึ้นรถตู้ เพื่อไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมวี แอล หาดใหญ่ ไปชมรายการอาหารกันเลยจ้าาา

07.15 น. ออกจากห้องอาหารมุ่งหน้าไปด่านประกอบ อำเภอนาทวี เพื่อข้ามด่านไปยังฝั่งมาเลเซีย(ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ) เส้นทางที่เรากำลังจะไปนี้ไม่อันตรายนะคะ หากใครกังวลหายห่วงได้เลยเดินทางได้อย่างสบายใจแน่นอน

09.27 เดินทางถึงด่าน ด่านนี้เข้ามาเพื่อจ็อบพาสปอร์ตออกจากฝั่งไทย จ็อบพาสเสร็จแล้วมีรถบัสมารอรับเราอยู่ค่ะ หลังจากนี้จะเดินทางด้วยรถบัส 1 ชั้น ไม่มีห้องน้ำในตัว ทุกคนพร้อมขึ้นรถบัสขับรถออกไปประมาณ 200 เมตรหรือแค่ 1นาที เราก็ข้ามมายังฝั่งมาเลเซียแล้วค่ะ

ข้ามมาแล้วจ้าา ด่านมาเลย์ มีชื่อว่า ด่าน Durian Burung ด่านนี้ทุกคนต้องลงจากรถเพื่อสแกนกระเป๋าเดินทางและจ็อบพาสขาเข้า เมื่อสแกนกระเป๋าเสร็จแล้วขึ้นรถบัสมุ่งหน้าไปเบตง โดยใช้เส้นทางประเทศมาเลเซีย (**ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง) เดินทางมาถึงด่านพรมแดน มาเลย์-ไทย จ็อบพาสปอร์ตออกจากฝั่งมาเลย์ เคลื่อนรถบัสออกไปประมาณ 100 เมตร เราก็Welcome to Thailand แล้ววว ถึงแล้วจ้าเบตง

ถึงแล้วเบตง ไม่รอช้า ยิงตรงไปทานข้าวเที่ยงกันก่อนเลยค่ะ จอดรถบัสไว้ที่บ่อน้ำพุร้อนเบตง เปลี่ยนจากรถบัสเป็นรถ6ล้อ เพราะว่าทางขึ้นไปร้านอาหาร(อยู่บนเขา)ค่อนข้างเลี้ยวเยอะรถบัสขึ้นลำบาก

อาหารมื้อนี้ก็จัดว่าเด็ดสุดๆ บอกเลยหนึ่งจานไม่พอต้องเบิ้ลจ้า

ทานข้าวเสร็จ ที่แรกที่เราไปก็คือ อุโมงค์ปิยะมิตร ใกล้ๆกับร้านอาหารที่ทานเลย อุโมงค์ปิยะมิตรอดีตใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีสิ่งน่าสนใจหลายอย่างนะบอกเลย ไม่ว่าจะเป็นเตาเผาถ่าน เตาขงเบ้ง (ไร้ควัน) พิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้าแป๊ะกง และบริเวณทางเข้าสองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาพันธุ์

หลักจากที่เดินชมอุโมงค์กันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยแล้ว เรานั่งรถลงมาแช่เท้ากันที่ บ่อน้ำพุร้อนเบตง เพื่อผ่อนคลายกันสักเล็กน้อย

เสร็จจากบ่อน้ำพุเราไปเช็คอินกันต่อที่      อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ระหว่างทางก็จะผ่านหอนาฬิกา ผ่านตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ต่อไปเราไปไหว้พระไปชมความสวยงามของ วัดพุทธาธิวาส เดิมชื่อวัดเบตง ชมพระมหาธาตุเจดีย์ที่มีความสูงเท่ากับตึก 13 ชั้น มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้

ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศเรียบร้อยได้เวลาแล้วเราไปที่พักกันเถอะ คืนนี้พักที่โรงแรม…เบตง มื้อเย็นวันนี้ทานอาหารแถวหอนาฬิกา อาหารก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้มื้อแรกเลยจ้า เมนูเด็ดต้องบอกต่อ เคาหยกหมูสามชั้น ไก่เบตง อร่อยสุดๆ ทานอาหารเย็นแล้ว ท้องฟ้ามืดแสงไฟที่ประดับตกแต่งสาดส่องหอนาฬิกามีสีสันขึ้นมาทันใด ถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์ยักษ์ เดินไปถ่ายรูปกับไฟที่ประดับตกแต่งไว้ที่อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์

20-05-2019

อรุณสวัสดิ์ เราตื่นแล้ว

มื้อเช้าลงมาทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น. ออกจากโรงแรม วันนี้เราจะเข้ามาเลย์อย่างจริงจัง 555 มุ่งหน้าไปยังด่านพรมแดนอำลาเบตง Say Hi ปีนัง

10.30 น. เราเดินทางมาถึงยังรัฐปีนัง นั่งรถข้ามสะพาน เป็นสะพานข้ามเกาะปีนังแห่งแรก ในประเทศมาเลเซีย มีความยาว 13.5 กิโลเมตร ส่วนสะพานแห่งที่2จะยังไม่บอกว่ายาวเท่าไร เพราะเราจะข้ามตอนขากลับ ฟ้ามึดครึ้ม ฝนเริ่มปลอยๆลงมา ที่แรกที่เราจะเที่ยววันนี้คือ วัดเขาเต่า แต่…!!!!! ฝนเทลงมาหนักมาก ทำให้เราต้องเปลี่ยนแผน ไปร้านอาหารกันก่อน 555 เพราะว่าเที่ยงพอดีเราไปทานข้าวเที่ยงกันก่อนค่ะ ร้านนี้รสชาติอาหารก็เด็ดไม่เบา หน้าตาเป็นอย่างไรไปชมค่ะ

ทานเที่ยงเรียบร้อยฝนเริ่มซาๆลง เราก็ไปต่อกันที่ วัดเขาเต่า หรือ วัดเก็กลกซี (Kek Lok Si Temple) เชื่อกันว่าหากใครได้มาไหว้อายุจะยืนเหมือนเต่า มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ที่สูงถึง 30.2 เมตร ซึ่งที่นี่เราจะเดินขึ้นไปเองหรือนั่งกระเช้าขึ้นไปก็ได้นะ แต่เราขึ้นกระเช้าไปค่ากระเช้า 16RM หรือราวๆ 120 กว่าบาท (ขึ้น-ลง) ถึงแล้ว พื้นก็จะชุ่มฉ่ำหน่อยนะ เพราะว่าฝนเพิ่งจะหยุด ให้ทุกคนไหว้พระตามอัธยาศัย สักการะเจ้าแม่กวนอิม ถ่ายรูปชมวิวสวยๆ นั่งกระเช้าลงมาให้อาหารเต่า ผักบุ้งกำละ 20 บาท คนขายพูดภาษาไทย รับเงินไทย

บ่าย : ไปเที่ยวกันที่วัดไทยวัดพม่า ซึ่ง2วัดนี้อยู่ตรงข้ามกัน วัดไทย คือ วัดไทยไชยมังคลาราม ภายในอุโบสถมีพระนอนยาวที่สุดในประเทศมาเลเซีย สวยงามมาก ส่วนวัดพม่า มีพระพุทธรูปสวยๆให้สักการะ และอย่าลืมเดินไปด้านหลัง จะมีพระพุทธรูปหินอ่อนที่งดงามมากๆ

ออกจากวัด ทำบุญไหว้พระกันเป็นที่เรียบร้อย สถานที่ต่อไปเอาใจวัยรุ่น หรือคนชอบถ่ายรูปกันที่ Street Art ทั่วเมืองจอร์จทาวน์ ตามล่าหาภาพวาดอาร์ทๆที่ผนัง ที่นี่เราจะเดินชมก็ได้ นั่งรถสามล้อก็ได้ เช่าจักรยานปั่นก็ได้ เราเลือกเช่าจักรยาน ค่าเช่า 8 ริงกิต มีที่ล็อคล้อ+แผนที่ให้ด้วย ขับได้รอบ Street Art เลย ขับถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ถนนหนทางก็ต้องระวังหน่อย เพราะว่ารถเยอะมาก มีร้านอาหาร ร้านกาแฟชิคๆ ร้านขายของที่ระลึก มากมาย ได้รูปสวยงามเป็นที่น่าพอใจก็เอาจักรยานไปคืน จะได้น้ำเปล่าฟรี1ขวดบริการจากทางร้าน

ออกจาก Street Art จริงๆในโปรแกรมต้องไปป้อมปืนควอนวอลิส แต่วันที่ไปป้อมปิดปรับปรุง อดเลย!!!

มื้อเย็นวันนี้ อิสระทานเองที่ตลาดโต้รุ่งปีนัง GURNEY DRIVE ให้ได้สัมผัสอาหารที่หลากหลาย ร้านอาหารมีเยอะมาก หลายสิบร้าน นักท่องเที่ยวก็เยอะ มีโต๊ะให้นั่งเหมือนศูนย์อาหาร มีผัดหมี่ ผัดไทยแบบบ้านเราก็มีนะ ตอนแรกว่าจะกินผัดไทยแต่เพื่อนบอกว่าผัดไทยกินที่บ้านก็ได้มั้ย 555 ก็เลยลองชิม Lak sa รสชาติก็จะคล้ายกับขนมจีนน้ำยา เส้นจะคล้ายเส้นก๋วยจั๊บญวน ราคา 5RM ต่อด้วยปลาหมึกย่างเหมือนหมึกย่างจักรยานปั่นบ้านเรา แต่ตัวใหญ่กว่ามาก ชุดละ 10RM มีประมาณ5ตัวใหญ่ๆ

อิ่มๆ ท้องอิ่มหนังตาก็หย่อนหน่อยๆเข้าที่พักกันเถอะ วันนี้เรานอนที่ปีนังนะ

21-05-2019

อรุณสวัสดิ์ เซอลามัต ปากี สวัสดีตอนเช้า ภาษามาเลเซีย

08.00 น. เวลาท้องถิ่น ทานอาหารที่โรงแรม วันนี้เราจะไปเก็นติ้งไฮแลนด์กันจ้า ออกจากโรงแรมประมาณ 9 โมง ขับรถข้ามสะพานปีนัง คนละสะพานกับขามานะ อันนี้เป็นสะพานที่ 2 ยาวกว่าสะพานแห่งแรกมีความยาว 24 กิโลเมตรเป็นสะพานเชื่อมเกาะที่ยาวที่สุดในประเทศมาเลเซีย

ระหว่างทางไปเก็นติ้งไฮแลนด์จะผ่านเมืองอิโปห์ เราแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารเมืองอิโปห์ เมนูอาหารก็ตามที่เห็นค่ะ สุดจัด ต้องเติมข้าวอีกตามเคย อ่ะไปชมเมนูกันจ้า

เติมพลังกันแล้ว เราก็เดินทางต่อไปที่ วัดซัมโปห์ตง (Sam Poh Tong Temple) อยู่ไม่ห่างจากร้านอาหารมากนัก เป็นวัดในถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ในวัดมีงานศิลปะที่งดงามมากมายตามผนังของถ้ำท่ามกลางหินงอกหินย้อย สวยงามมากจริงๆ ในถ้ำก็ไม่อับชื่นด้วย

รอช้าไม่ได้แล้วเราต้องมุ่งหน้าต่อไปยังเก็นติ้งกันเถอะ ถึงสถานีกระเช้าประมาณ 4โมงเย็น อากาศบนนี้เริ่มเย็น 21 องศา หากใครมีกระเป๋าใบใหญ่แนะนำว่าให้เตรียมกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบเล็กแยกไปดีกว่า พร้อมแล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 4 (ลิฟท์ก็มีนะแต่คนเยอะ บันไดเลื่อนน่าจะเร็วกว่า 555) กระเช้านั่งได้ไม่เกิน 10 คน รับน้ำหนักได้แค่ 750 กิโล พอถึงคิวขึ้นกระเช้าอยากบอกว่าต้องรีบเดินขึ้นนะ เพราะมันไม่หยุดอยู่กับที่ หมุนวนเรื่อยๆ รอบกระเช้าที่เรานั่ง มีแค่ 6 คนเอง ที่เหลือขึ้นไม่ทัน 555 ก็สบายหน่อยไม่อึดอัด กระเช้ามี2สีนะ ดำกับแดง ตัวที่เรานั่งคือสีแดง แต่ถ้าสีดำก็จะเพิ่มความเสียวขึ้นไปอีก เพราะพื้นจะเป็นกระจก ขึ้นสูงไปเรื่อยๆก็เริ่มจะมองไม่เห็นวิวแล้ว หมอกหนามาก ใช้เวลาขึ้นประมาณ 20 นาทีนิดๆ ก็ถึงเก็นติ้งไฮแลนด์

เราพักที่ FIRST WORLD HOTEL โรงแรมที่มีห้องมากที่สุดถึง 7,351 ห้องเลยทีเดียว รับกุญแจเข้าห้องพักเก็บกระเป๋าเรียบร้อย พลาดไม่ได้สินะต้องออกมาชมแสง สี กันซะหน่อย บรรยากาศคึกคักมาก นักท่องเที่ยวเป็นพันเป็นหมื่น โอ้ววว!! มื้อนี้อิสระทานเองนะร้านอาหารก็มีเยอะ หรือจะเป็นมินิมาร์ทเล็กๆ ขายน้ำดื่ม นม ขนม มาม่า อาหารพออยู่ท้องก็มีจ้า ร้านนั่งดริ๊งชิคๆก็มีนะ เมื่อท้องอิ่มเป๋าตังก็ร้อนฉ่า!! ก็นั่นแหละ..ที่จะบอก 555 ที่นี่เขามี Sky Casino ไปสิจ๊ะรออะไร ในนี้ห้ามถ่ายรูปนะ และด้วยความที่หน้าตาเราดูดี จิ้มลิ้มน่ารัก ยังละอ่อนอยู่ก็เป็นไปตามที่คิด “show passport เจ้าหน้าที่ตรงประตูทางเข้ากล่าว” โชว์แล้วก็ไม่มีปัญหา เข้าไปเดินดูบรรยากาศในนั้นมีโต๊ะมากมาย หลากหลายเกม เข้าไป 10 นาทีก็ออกละ เล่นไม่เป็น 555 เปิด 24 ชม.นะจ๊ะ พอละไปพักผ่อนดีกว่า

22-05-2019

อรุณสวัสดิ์ เซอลามัต ปากี ถ้ามีคนพูดกับเราว่าเซอลามัต ปากี ให้เราตอบว่า ปากี

08.00 น. เวลาท้องถิ่น ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร โอ้โห!! จะเยอะไปไหน ทั้งคนทั้งอาหาร ด้วยความที่โรงแรมนี้นักท่องเที่ยวเยอะมากอาหารก็เลยต้องมีความหลากหลาย

เติมพลังเป็นที่เรียบร้อยเก็บกระเป๋าเตรียมพร้อมลงกระเช้า จริงแล้วๆเก็นติ้งสามารถขับรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปได้นะ แต่ก็หลายกิโลอยู่ ทางก็คดเคี้ยว นั่งกระเช้าฟินมากกว่าเยอะ

เมื่อสมาชิกพร้อมก็รีบขึ้นรถ ที่แรกของวันนี้ก็คือ ร้านOTOP เลือกซื้อสินค้า OTOP ชื่อดังจากมาเลเซีย เครื่องตุ๋นยาจีน บะกุ๊ดเต๋ ขนมเปี๊ยะ หรือยาทาประคบแก้ปวดเมื่อยก็มีเช่นกันต้องลองไปดู

อ่ะไม่รอช้าช็อปเสร็จก็ไปชมความอลังการ ความงดงามกันต่อที่ พระราชวังทองคำสุลต่านมาเลเซีย อิสตานา เนการา งดงามมากจริงๆ ที่นี่สามารถไปถ่ายรูปได้ถึงหน้าประตูเลยนะ แต่น่าเสียดายวันที่เราไปเขากำลังจะมีเสด็จหรือน่าจะมีงานอะไรสักอย่าง เพราะเขาปิดประตูพระราชวังแล้วมีม้ามาเดินอยู่หน้าวัง เราเลยได้ถ่ายแต่ไกลๆ แดดก็ร้อนมาก ไปกันต่อดีกว่า

 

ไปถ่ายรูปกันต่อที่ย่าน DATARAN MERDEKA ชมความงามของอาคารต่างๆ เก็บรูปเสาธงที่สูงที่สุดในโลกมาฝากกันจ้า

 

ขับรถเที่ยวรอบเมืองแล้วได้เวลาของมื้อเที่ยงพอดี เมนูเด็ดของมื้อนี้ก็คือ บักกุ๊ดเต๋ รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมหวนเตะจมูกมากๆ กระดูกหมูนี่ก็เปื่อยได้ใจ ของเด็ดต้องไปลอง

 

เมื่อทานของคาวแล้วนั้น ก็ต้องหาของหวานล้างปากกันสักหน่อยสินะ ไปตามหากันที่ โรงงานช็อคโกแลต ว้าวว!! สวรรค์ของคนชอบความหวาน 555 ช็อคโกแลตมีหลากหลายแบบมาก แบบดาร์ก แบบนม แบบแอลมอน แบบชาเขียว โอ้ยยฟินสุดๆ ชิมฟินสุดๆ เขามีให้ชิมนะจ๊ะบอกเลย ก่อนเลือกซื้อก็ชิมก่อนได้ ไม่ซื้อก็ชิมก่อนได้5555 อันนี้น่าจะแค่เราเอง ขำๆๆ เลือกซื้อเป็นของฝากได้นะ

 

ออกจากที่นี่กันเถอะ ไปถ่ายรูปเก็บวิวสวยๆกันที่ไฮไลท์ของมาเลเซียกันดีกว่า ตึกแฝดปิโตรนาส อาคาร 88 ชั้น อาคารแห่งนี้เป็นตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลกเชียวนะ หลายคนคงทราบดี

 

 

ไปต่อกันที่ปุตราจายา ถ่ายรูปกับทำเนียบรัฐบาลและมัสยิดประจำเมืองหรือมัสยิดสีชมพูอันงดงาม

ถึงเวลาที่นักช็อปลอยคอ เอ้ย!!..รอคอย มุ่งหน้าสู่ Outlet ณ ตอนนี้ฝนเริ่มตก อุณหภูมิประมาณ27องศา อากาศกำลังดีเดินช็อปปิ้งสบายเลย ที่นี่ของเยอะมากๆค่ะ แบรนด์เนม เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ที่สำคัญบางร้านลด 50-70% ก็มีนะ555 หรือแบบซื้อ2แถม1 ก็มีนะ

 

มื้อนี้อิสระทานเองนะ เราเลือกไปทานที่ Food Court อาหารเยอะมาก ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ สเต็ก อาหารไทยก็มีนะ เราทานเบอร์เกอร์ไก่ ในเซ็ตจะมีเฟรนช์ฟรายส์ มีสลัดให้ ราคา 16RM น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลมก็มี เหมือน Food Court บ้านเราแหละ

นั่งเครื่องไปได้สักพัก พนักงานนำอาหารมาแจก เมนูอาหารก็มีข้าว เหมือนกับข้าวผัดแล้วก็เป็นไก่รสเผ็ดหน่อยๆ เสิร์ฟพร้อมขนมปัง ผลไม้ และน้ำเปล่า มีบริการน้ำส้ม น้ำมะม่วง ชา กาแฟ ให้ด้วย ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึงสุวรรณภูมิ
 
อิ่มแล้วก็ได้เวลา ที่จะต้องโบกมืออำมามาเลย์ มุ่งหน้าไปสนามบิน อย่างที่บอกอันนี้เรานั่งรถไฟมา แต่ขากลับบินกลับนะจ๊ะ
เมื่อมาถึงสนามบินก็ต้องจัดการสัมภาระกันซะหน่อยเพราะว่าเพิ่งไปช็อปมาก็ต้องดูน้ำหนักให้ดีๆนิดนึง 555
 
เรากลับโดยสายการบิน ROYAL JORDANIAN เที่ยวบิน RJ181 สายการบินให้น้ำหนักกระเป๋า 30 กิโล คนละ1ใบเท่านั้นนะ ที่นั่งบนเครื่องเป็นแบบ 3-3-3 มีหมอน1ใบ มีผ้าห่ม มีหน้าจอส่วนตัว มีหูฟังให้ ด้านล้างของจอสามารถชาร์จมือถือได้

ถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ เครื่องลงประมาณ 23.10 น.

หากใครมีโอกาสแนะนำให้ลองมาเที่ยวนะคะ การเดินทางสะดวกมากๆ สถานที่แลนด์มาร์คต่างๆที่สำคัญเดินทางง่าย อาหารการกินราคาไม่แพงและถูกปาก

หรือหากท่านใดสนใจเดินทางกับ ดารากร ทราเวล  สำหรับโปรแกรมนี้ สอบถามได้นะคะ

การรีวิวทริปการเดินทางครั้งนี้เหมือนกับไดอารี่บันทึกการเดินทางของเรา ไว้วันหลังเราจะได้กลับมาอ่านมันอีก

รีวิวทริปนี้ขอจบเพียงเท่านี้นะคะหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ