ทริปวันหยุดสุดแฮปปี้ ณ บ้านขุนสมุทรจีน โฮมสเตย์

” ที่พักในสไตล์บ้าน ๆ แบบเรียบง่าย ไม่มีเตียงนุ่ม ๆ แต่พอนอนกลับหลับได้อย่างสบาย

ไม่มีแอร์เย็น ๆ มีเพียงลมแต่ทำให้เย็นสบายหายใจสะดวก

มีอาหารตามวิถีชีวิตของชุมชนแต่เหมือนได้กินอาหารหรูบนห้าง “

วันหยุดแล้วไปเที่ยวกัน !!

เชื่อว่าหลายท่านที่ทำงานในเมืองกรุงอันแสนวุ่นวาย เมื่อมีวันหยุดก็อยากที่จะออกไปหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่พักหลักร้อยแต่ได้รับความอิ่มเอมใจกลับมาในราคาหลักล้านจะมีอยู่ใกล้กรุง วันนี้ทางดารากรจึงอยากจะมาแชร์แหล่งพักผ่อนที่แสนจะสุขใจในช่วงวันหยุดให้ทุกท่านได้ไปสัมผัสกัน

วันหยุดทั้งทีใคร ๆ ก็อยากพักผ่อนให้เต็มอิ่ม วันนี้เราก็เลยจะไปฝากความเหนื่อยล้าจากการทำงานไว้ที่บ้านขุนสมุทรจีน โฮมสเตย์ ซึ่งอยู่สมุทรปราการนี่เอง ใกล้ ๆ เดินทางจากกรุงเทพฯ แป๊บเดียวก็ถึง ซึ่งครั้งนี้เราใช้บริการบ้านพักของพี่พอเพียงน้องเพียงพอ ในราคาเพียงคนละ 600 บาท

วันนี้วันดีได้เวลาออกเดินทางจากที่พักประมาณ 12.30 น. เพื่อเดินทางไปบ้านขุนสมุทรจีน โฮมสเตย์ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็เดินทางถึงท่าเรือป้าลี่เพื่อเตรียมตัวนั่งเรือเข้าไปชุมชนขุนสมุทรจีน ส่วนที่จอดรถก็มีให้นะแถมมีคนดูแลตลอดหายห่วงได้เลยค่ะ ค่าดูแลรถสำหรับค้างคืนคันละ 100 บาท แล้วในส่วนของที่พักเราได้เลือกซื้อแพ็คเกจแบบ 2 วัน 1 คืน รวมอาหาร 3 มื้อ คือ เช้า กลางวัน และเย็น เรานั่งรอเรือได้สักพักเรือก็มาแล้ว ได้เวลาลงเรือไปหาความสุขกันได้เลย !!

ที่มา

เราใช้เวลานั่งเรือถังแก๊สเข้ามาถึงท่าเรือของชุมชนบ้านขุนสมุทรจีนประมาณ 10 นาที ส่วนค่าเดินทางสองคนแรกคนละ 50 บาท คนต่อไปคนละ 10 บาท ทางเราไปกันทั้งหมด 6 คน รวมค่าเรือแล้วจ่ายไปแค่ 140 บาทเอง พอถึงท่าเรือเราก็โทรหาลุงเล็กซึ่งเป็นลุงเจ้าของที่พักให้มารับพวกเรา รอไม่นานเรือลุงเล็กก็มารับเรา

ถึงแล้วบ้านพักแบบเรียบง่ายที่รอให้เราไปสัมผัส

ทางเราเห็นบ้านแล้วก็ไม่รอช้าสิคะรีบเอาของไปเก็บเลยจ้า แล้วมานั่งพักผ่อนเสพบรรยากาศให้ชื่นใจเก็บแรงไว้ก่อนออกสำรวจหมูบ้านตอนเย็นกับปราชญ์ชาวบ้าน เพราะต้องรอให้พระอาทิตย์ตกก่อนจะได้ไม่ร้อน

เวลาที่รอคอยก็มาถึง ออกไปชมหมู่บ้านกัน !!

ทางก็จะแคบหน่อย แต่พอเดินไปชมวิวไปมันดีมากทุกคน ดีจนบรรยายไม่ถูกกันเลย อยากให้ทุกคนได้มาลองกัน

เดินมาเรื่อย ๆ สุดท้ายเราก็มาถึงจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน นั่นก็คือ วัดขุนสมุทราวาสหรือวัดขุนสมุทรจีน แต่ระหว่างทางที่เราเดินมาเราก็ยังได้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านในการเลี้ยงกุ้ง หอย ปู ปลา และยังได้ศึกษาป่าชายเลนที่เต็มไปด้วยต้นโกงกาง ปูแสม และปลาตีน วิ่งไปมาอยู่เป็นระยะตลอดทาง

จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ชมพระอาทิตย์ตก

พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า และแล้วก็ถึงเวลากลับที่พักเพราะอาหารเย็นอันโอชะกำลังรอเราอยู่

รถสามล้อพาซิ่งกลับที่พัก

ก่อนจะกลับเราก็ไม่ลืมที่จะอุดหนุนกุ้งเหยียดของชาวบ้านที่นำมาขายอยู่หน้าวัด อยากจะบอกว่าอร่อยมากยิ่งกินกับน้ำจิ้มยิ่งอร่อย แล้วเราก็มีโอกาสนั่งรถสามล้อกลับที่พัก ความรู้สึกระหว่างทางที่นั่งไปมันท้าทายมากแต่ก็มันส์มากเช่นกัน ฮ่า ๆ ๆ ลองจินตนาการทางที่แคบ ๆ ความกว้างของรถพอดีกับถนน มันสนุกมากจริง ๆ ใครที่มาต้องห้ามพลาดเลยนะจ๊ะ ส่วนค่าบริการไม่มีค่ะแต่ว่าจะมีกล่องให้หยอดเงินอยู่ท้ายรถ น้องคนขับบอกว่าแล้วแต่กำลังที่พวกพี่ ๆ จะให้

เตรียมท้องประเดิมอาหารเย็นเป็นมื้อแรก

หลังจากกลับมาถึงที่พักทุกคนก็ผลัดกันอาบน้ำแล้วรอเวลาอาหารเย็นมาเสิร์ฟ ยิ่งคิดถึงอาหารก็ยิ่งอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ เมื่อไหร่จะมานะ แต่รอสักพักอาหารเย็นก็มาเสิร์ฟ พออาหารมาเท่านั้นแหละทุกคนร้อง ว้าว !! พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเมนูพิเศษ นั่นก็คือ ผัดฉ่าปลาฉลาม ลุงเล็กบอกว่าใครมาวันนี้โชคดีมาก ๆ เพราะนานครั้งจะมีเมนูนี้ 

เย็นนี้อิ่มจุใจกันเลยทีเดียว

กินอิ่มกันแล้ว ทางเราก็ขอตัวไปพักผ่อนกันก่อน ราตรีสวัสดิ์นะคะแล้วพบกันตอนเช้า

สวัสดีเช้าของวันที่สองจ้าทุกคน เป็นเช้าที่ตื่นมาแล้วมีอาหารมารอพวกเราเลย ลุงเล็กแกบริการดีอะไรขนาดนี้ ปลื้มใจ ส่วนเช้านี้เมนูหลักก็คือ “ข้าวต้มกุ้ง” บอกได้เลยว่าเป็นข้าวต้มกุ้งจริง ๆ ไม่มีหลอก ไม่ว่าจะตักไปทางไหนของหม้อก็เจอกุ้งเนื้อแน่น ๆ อร่อยเหาะไปเลย

ต้องบอกก่อนว่าทริปนี้เป็นทริปที่เราไปพักผ่อนกันเลยทำให้กิจกรรมวันที่สองไม่มีอะไรมาก หลังจากทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้วสมาชิกของเราก็มานั่งรับลมรับบรรยากาศที่เย็นสบาย ถึงแม้ว่าพวกเราจะมาหน้าร้อนแต่ลมที่นี้เย็นมากจริง ๆ ค่ะ ถ้าใครกลัวร้อนเราขอบอกว่าให้ลืมคำว่า “ร้อน” ไปได้เลยค่ะ

อยากจะบอกว่าที่พักแห่งนี้เหมาะแกการนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ไม่ว่าจะเป็นความสงบไม่วุ่นวาย รวมไปถึงบรรยากาศที่ดี จึงทำให้สมาชิกของเรานั่งคุยกันอย่างสนุกสนานจนกระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารเที่ยง ลุงเล็กก็ได้นำกับข้าวมาเสิร์ฟ เมนูเที่ยงนี้มีเมนูเด็ดที่ขึ้นชื่อหากใครมาแล้วไม่ได้รับประทานถือว่าพลาดมากค่ะ เมนูที่ว่าก็คือ “แกงส้มกุ้งใบชะคราม”

อร่อยจนร้องขอจานที่สองกันเลยทีเดียว

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราทุกคนก็ได้เก็บของสำภาระต่าง ๆ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน ถึงเวลาที่จะต้องบอกลาที่พักและลุงเล็กคนที่คอยดูแลบริการเราอย่างดีจนกระทั้งวินาทีที่เราลงเรือเพื่อจะจากชุมชนขุนสมุทรจีน และแม้ว่าความรู้สึกของทุกคนจะไม่อยากกลับแต่จะทำยังไงได้ เพราะเราทุกคนมีหน้าที่ ที่ต้องกลับไปทำ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะเรายังมีโอกาสที่จะกลับไปใหม่อีกกี่ครั้งก็ได้เมื่อเราต้องการ

ก่อนจะลาจากทริปการรีวิวในครั้งนี้ทางเรามีเรื่องดี ๆ ที่จะบอกกับท่านผู้อ่านทุกคนว่ารายได้ 10% ที่ได้จากนักท่องเที่ยวทางที่พักจะนำไปเข้ากองทุนปลูกป่าชายเลน และสิ่งแวดล้อมของชุมชนขุนสมุทรจีน เช่น ปลูกป่าชายเลน สร้างเขื่อนกันการกัดเซาะชายฝั่ง และการอนุรักษ์สัตว์น้ำทะเล การมาพักผ่อนที่นี่นอกจะจะสบายกระเป๋าแล้วยังสบายใจแถมได้บุญกลับไปอีกด้วย

“ท้ายสุด สุดท้าย ก็ขอจบทริปการรีวิวไว้เท่านี้ก่อน หากเกิดข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ”

“แล้วมาพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ”