เชียงของ เมืองแห่งการพักผ่อน

“อำเภอเชียงของ” พอพูดชื่อนี้ขึ้นมาน้อยคนนักมักจะรู้จัก และถึงแม้มีคนรู้จักแต่ก็น้อยคนที่จะรู้ว่ามันมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง วันนี้ทางดารากร ทราเวล จึงอยากจะมาแนะนำเมืองเล็ก ๆ ที่เหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไรซ่อนอยู่ เป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะแก่คนชอบชีวิตแบบ Slow Life และยังเป็นเมืองที่มีมนต์สเน่ห์ถ้าเมื่อใดใครได้ลองมาสัมผัสเชื่อว่าท่านนั้นจะติดใจ

ก่อนที่เราจะไปตามหาแหล่งผักผ่อนหย่อนใจ เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่า อ.เชียงของ นั้นตั้งอยู่ที่ไหนของประเทศไทย ซึ่ง อ.เชียงของ เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เป็นเมืองชายแดนที่อยู่ติดกับประเทศลาว มีแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่คอยเลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้กับชาวบ้านทั้งสองริมฝั่งโขง และยังเป็นเมืองสามแผ่นดินที่เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ไทย ลาว และจีน ประชากรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรมและการประมง นอกจากนี้อ.เชียงของ ยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของ จ.เชียงราย อีกด้วย ซึ่งเวลาในการเดินทางไปแต่ละสถานที่อยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง เช่น ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว แม่สาย แต่บางคนอาจจะบอกว่า “มันก็นานอยู่นะ” แต่ทางเราอยากบอกว่าวิวข้างทางของแต่ละเส้นทางสวยมาก ๆ มีทั้งวิวแม่น้ำโขงและวิวป่าไม้ เมื่อท่านได้ชมวิวไปด้วยแล้วจะรู้สึกว่ามันใช้เวลาแป๊บเดียว

ทั้งนี้เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงได้ยินผ่านหูมาว่า “อ.เชียงของ ไม่มีที่เที่ยว ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย” ทางเราไม่ขอเถียงกับคำพูดเหล่านี้ เนื่องจาก อ.เชียงของ เป็นเมืองหน้าด่านที่ใช้ขนส่งสินค้าจึงทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าไม่มีอะไรนอกจากรถบรรทุกวิ่งไปมา แต่ทางเราจะมาแนะนำให้ทุกท่านได้เห็นว่าอำเภอนี้มีสิ่งดี ๆ มากกว่าคำกล่าวเหล่านั้น ซึ่งสิ่งที่ทางเราจะมาแนะนำทุกท่านเป็นการท่องเที่ยวแบบเชิงสุขภาพวิถีสมุนไพรและวิถีชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงคนที่อยากจะมาพักผ่อน หลีกหนีความวุ่นวาย อยากจะใช้ชีวิตแบบสบายเรียบง่ายไม่เร่งรีบ และที่สำคัญคือการมารับอากาศบริสุทธิ์มาสูดโอโซนที่ดีให้เต็มปอด ก่อนไปสู้รบกับรถติดและกลิ่นควันในเมืองหลวง

การเดินทางจาก กรุงเทพฯ-เชียงของ

เดินทางโดยเครื่องบิน

ถ้าหากใครเดินทางด้วยเครื่องบิน สามารถเดินทางโดยสารการบิน นกแอร์(DD) ,ไทยแอร์เอเชีย(FD) ,บางกอกแอร์เวย์(PG) ,ไทยไลอ้อนแอร์(SL) ,ไทยเวียดเจ็ท แอร์(VZ) และไทยสมายแอร์(WE) เมื่อนั่งเครื่องมาลงที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายแล้วสามารถต่อรถมาลงที่เชียงของได้ หากใครต้องการความสะดวก ความเป็นส่วนตัว สามารถเช่ารถได้ที่สนามบินซึ่งจะมีบริษัทเช่ารถคอยบริการอยู่ และถ้าอยากสัมผัสวิถีชีวิติของชาวเชียงของแบบลึกซึ้งทุกท่านต้องลองนั่งรถหวานเย็นหรือก็คือรถเมล์แดงนั่นเองค่ะ ค่ารถประมาณ 60-65 บาท ซึ่งทุกท่านสามารถนั่งรถ CR BUS ที่สนามบินเพื่อไปลงท่ารถขนส่งเก่าได้เลยค่ะ ส่วนค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย
เดินทางโดยรถบัสและรถยนต์ส่วนตัว
  • ทุกท่านสามารถนั่งรถบัสของบริษัทสมบัติทัวร์ หรือ บขส. ได้ที่หมอชิต ซึ่งจะเป็นรถบัสที่มาลงเชียงของโดยตรง
  • ถ้าหากใครอยากขับรถมาเองเพื่อความสะดวกและเป็นส่วนตัวก็สามารถขับมาได้เลยค่ะ เพราะเข้าถึงทุกเส้นทาง

เริ่มเช้าวันใหม่ที่เชียงของ

มาเที่ยวต่างจังหวัดทั้งทีจะให้ไปนอนโรงแรมหรู่ ๆ คงจะไม่ได้บรรยากาศแบบชนบท และคงไม่ได้สัมผัสวีถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแท้จริง ดังนั้นเราจึงเลือกนอนโฮมสเตย์เพราะสามารถตอบโจทย์ความตั้งใจของเราที่เดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้เป็นอย่างดี โฮมสเตย์ที่เราไปพักชื่อว่า “วาวตะวัน โฮมสเตย์” เป็นบ้านพักที่ได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย และที่ทำให้ทางเราน่าทึ่งเมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็คือ บ้านที่เต็มไปด้วยเหรียญรางวัลเต็มไปหมด พี่วาวเจ้าของบ้านได้บอกว่า รางวัลที่เห็นอยู่เป็นของน้าชาย น้าชายเป็นนักวิ่งและชอบล่าชิงรางวัลไปเรื่อยๆเพราะความชอบ ซึ่งไล่ชิงรางวัลมามากกว่า 30 ปี พี่วาวยังบอกอีกว่าเหรียญที่ถูกติดประดับไว้หากใครนับได้เท่าไหร่ให้รางวัล แต่ทางเรานับเท่าไหร่ก็ไม่ครบสักที

พูดคุยทำความรู้จัก

ในช่วงเช้าเราไม่ได้ทำอะไรมากนัก เราก็ได้มานั่งพูดคุยฟังเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนกับ พี่วาว  พี่คม พี่ใหม่ และพี่อมร เราจึงได้รู้ว่าโฮมสเตย์และสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะไปแต่ละที่ เป็นการเชื่อมโยงกันของหลายชุมชนที่อยู่ในตำบลเดียวกันแล้วมารวมกลุ่มเพื่อเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่เราจะได้ไปสัมผัส ซึ่งแต่ละชุมชนก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือ ความใส่ใจในทุกเรื่องของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่นำมาให้นักท่องเที่ยวรับประทานและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งการร่วมกลุ่มชุมชนนี้ก็มาจากพี่ ๆ ทั้งสี่คน และพี่ทั้งสี่จะเป็นคนพาเราไปในแต่ละสถานที่อีกด้วย

พอคุยกันไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลินก็ถึงเวลาอาหารเที่ยง ทางเราก็ได้ไปลงมือทำกับข้าวด้วยตัวเอง สิ่งที่สนุกที่สุดคือได้ไปเก็บวัตถุดิบเองกับมือซึ่งถือได้ว่าเป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งที่เราได้ลงมือเองตั้งแต่เก็บวัตถุดิบไปจนทำกับข้าว และทางเราคงจะรู้สึกผิดมากถ้าไม่ได้แนะนำชาใบเตยตะไคร้ให้ทุกคนได้ลอง เพราะชาทั้งหอมและอร่อยมาก ที่สำคัญนะคะเป็นชาที่ทางบ้านพักทำเองรับรองปลอดภัยหายห่วงเรื่องสารตกค้างได้เลยค่ะ

เมนูเด็ด

“ผัดเชียงดาใส่ไข่” บอกได้เลยว่าเมนูนี้ได้ทั้งความอร่อยแถมยังได้คุณประโยชย์อีกมากมาย ซึ่งว่ากันว่าผักเชียงดาเป็นผักที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ด้วยนะ ส่วนเมนูอาหารอื่น ๆ นั้นจะมีไปตามฤดูกาล ซึ่งแต่ละฤดูก็จะมีเมนูที่ขึ้นชื่อต่างกันออกไป

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาออกไปสัมผัสความเป็นชาวเชียงของ ตามเส้นทางที่พี่ ๆ ทางกลุ่มชุมชนได้แนะนำและทางพี่ ๆ จะเป็นคนพาเราไปเที่ยว

ก่อนอื่นเราคงไม่พลาดที่จะไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลกันที่ “วัดบ้านแฟน” ซึ่งวัดนี้มีจุดเด่นที่ว่ามีบาตรสานไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความสูง ๙ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖ เมตร สร้างตามแนวคิดจากคณะศรัทธาวัดแฟน เพื่อต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ของการ “ให้” อันประกอบไปด้วย ให้ความสุข ให้ความสงบ และให้ความรัก หากใครมาเชียงของแล้วอย่าลืมแวะมาไหว้พระขอพรและร่วมกันใส่บาตรนะคะ

หลังจากไหว้พระทำบุญแล้ว เราทุกคนบ่นอยากไปดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนหวานและรสชาติเครื่องดื่มสมุนไพรที่แสนอร่อย พี่ ๆ ทุกคนต่างบอกว่าถ้าอย่างงั้นเราต้องไปทุ่งเชียงคาน  ณ  เชียงของ ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่สุดชิคมีบริการทั้ง ชา กาแฟ เค้กแสนอร่อย รวมทั้งชมการจัดแสดงของสะสมที่หาดูได้ยากบวกกับวิวที่เต็มไปด้วยท้องนา เมื่อได้ลองชิมพวกเครื่องดื่มเท่านั้นแหละทำให้รู้เลยว่าของเขาดีจริง ๆ ไม่ได้โม้นะคะแต่อยากให้มาลอง

พอนั่งดื่มด่ำบรรยากาศและรสชาติของเครื่องดื่มอย่างเต็มอิ่มแล้ว ทางพี่ ๆ ก็ได้พาคณะเราไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารของ พี่คม คนที่พาเรามาเที่ยวนั่นเองค่ะ ซึ่งร้านอาหารของพี่คมเป็นร้านอาหารที่ดีทั้งรสชาติและบรรยากาศ ใครมาเชียงของต้องได้ลองสัมผัสและได้ลอง “กิ๋นข้าวแลง นอนสแกงดูดาว” ณ ร้านอาหารฮิมดอย ของพี่คมนะคะ รับรองว่าวิวสวย อาหารอร่อย ทั้งอากาศและบรรยากาศก็ดีมาก ๆ เลยค่ะ

ลืมบอกไปว่าในครั้งนี้ทางเราเลือกมาเที่ยวในช่วงฤดูปลูกข้าวของที่นี่พอดี จึงทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศของทุ่งนาที่เขียวขจีเต็มไปหมดและยังได้ทดลองปลูกข้าวด้วย บอกเลยว่าประทับใจมาก ๆ หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วทางเราก็ได้กลับโฮมสเตย์เพื่อไปพักผ่อนเอาแรงในวันพรุ่งนี้

 

ตื่นเช้ามาออกกำลังกายกันสักหน่อย เราก็ได้เช่าจักรยานที่โฮมสเตย์ราคา 30 บาทต่อคัน แล้วก็ปั่นจักรยานเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า  ณ  “อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำม้า” กับบรรยากาศที่ร่มรื่นสบายตา บนภาพพาโนราม่าที่มีค่าต่อจิตใจ ซึ่งใช้เวลาปั่นไปกลับประมาณ 5 กิโลเมตร

กลับมาจากการปั่นจักรยาน เราก็มาทานข้าวเช้าพอทานข้าวเช้าเสร็จทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะผ่อนคลาย นั่นก็คือ “การนวดปรับสมดุลร่างกาย” เป็นการผ่อนคลายที่บรรยายความรู้สึกไม่ถูกกันเลยค่ะ มันสบายมาก ทุกคนต้องได้มาลองรับรองกลับไปสู้รบกับงานได้สบายหายห่วงแน่นอนค่ะ

หลังจากพักผ่อนให้หายเหนื่อยแล้วเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวต่อก่อนที่จะกลับกรุงเทพฯ หลังจากนั้นเราก็ออกเดินทางไปชมและเรียนรู้วิถีชีวิติเกษตรอินทรีย์ ณ ไร่ภูไทล้านนา ซึ่งก็ไม่ใช่ไร่ใครที่ไหนอีกแล้วค่ะ ไร่นี้ก็คือไร่ของพี่ใหม่ พี่อมร และน้องใบหม่อน ที่มาดูแลเราอีกเช่นเคย 

มาไร่ภูไทล้านนาทั้งทีเราไม่พลาดที่จะมาชิมผลไม้สด ๆ จากต้น ไม่ว่าจะเป็น ลูกหม่อน ฝรั่ง สับปะรด มันทั้งหวานทั้งอร่อยและสดชื่นมาก ๆ ที่สำคัญสามารถเด็ดกินสด ๆ จากต้นได้เลย เพราะทางไร่ใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่มีสารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากผลไม้แล้วที่ไร่ยังมีผักต่าง ๆ อีกมากมาย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทางไร่ได้ผลิตขึ้นมาเอง เช่น ไวน์ผลไม้ ชาใบหม่อน ชาใบตะไคร้ ชาใบฝรั่งกิมจู สเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง และของเด็ดของไร่ภูไทล้านนาก็คือ “ปุ๋ยมูลไส้เดือน” ใครได้แวะมาสามารถซื้อกลับไปบำรุงผักที่บ้านได้นะคะรับรองได้กินผักปลอดสารพิษแน่นอนค่ะ

ชมไร่ไปแบบเพลิน ๆ ก็ถึงเวลาทานข้าวเที่ยงกันแล้ว วัตถุดิบก็ไม่ต้องหาที่ไหนเพราะไร่มีครบหมดแล้ว เราก็จะได้รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่ต้องกังวลว่าผักจะมีสารเคมีจากปุ๋ยเลย

หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ทีแรกทางเราจะไปล่องเรือชมแม่น้ำโขงต่อแต่ก็ต้องเศร้าใจเพราะว่าไปหน้าฝน และฝนดันมาตกหนักเอาได้จึงทำให้ไม่สามารถล่องเรือได้ เนื่องจากพี่ ๆ ที่ดูแลเกรงว่านักท่องเที่ยวจะไม่ปลอดภัย แล้วเราก็ได้เดินทางกลับที่พักไปเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับสู่กรุงเทพฯ เนื่องด้วยวันที่เรามาน้อยเกินไปจึงทำให้เรายังเที่ยวไม่ครบ ยังมีที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเชียงของอีกมากมายที่น่าสนใจ รวมถึงยังไม่ได้ล่องเรื่อชมสองฝั่งแม่น้ำโขงคิดแล้วก็น่าเสียดาย แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะเราจะกลับไปอีกแน่นอนค่ะ 

ถึงเวลาที่ต้องกลับและเอ่ยคำลา แต่อยากขอบคุณจากใจจริงที่เชียงของคอยบำบัดจิตใจและร่างกายให้สดชื่นและแข็งแกร่งขึ้น ด้วยร้อยยิ้ม ความจริงใจ รวมถึงบรรยากาศที่ดีจากคนเชียงของและเมืองเชียงของ ท้ายสุดนี้เราจะกลับไปด้วยความทรงจำที่ดี ไว้เจอกันใหม่นะคะเชียงของเมืองในฝันของคนในเมือง

หากเกิดข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

ส่วนท่านใดที่สนใจอยากไปเที่ยวเชียงของสามารถทักมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยว หากท่านไม่ทราบว่าจะเที่ยวที่ไหนก่อนก็สามารถทักมาถามได้เลยค่ะ ทางดารากรยินดีให้บริการ ในครั้งนี้ก็ขอลาไปก่อนส่วนครั้งหน้าเราจะไปที่ไหนกันนั้น ฝากคอยติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณและสวัสดีค่ะ