ไต้หวัน สวรรค์ นักกิน

   สวัสดี มิตรรักสายกิน วันนี้เราจะพาบินไปกินให้ตัวแตกกันที่เกาะไต้หวัน โดยโปรแกรมของเราเป็นแบบ 4 วัน 3 คืน กิน ฟินเที่ยว 2 เมือง ไทเป ไทจง มาดูกันว่าทริปนี้จะพาไปลองชิมเมนูไหนบ้าง ไปชมกันเลย

   ก่อนอื่นมาทำความรู้จักประเทศไต้หวันกันก่อน ไต้หวัน มีเมืองหลวงชื่อไทเป ตั้งอยู่ในเอเชีย ไต้หวันด้านตะวันตกติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ ด้านตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับญี่ปุ่น และด้านใต้ติดกับฟิลิปปินส์ รูปร่างเกาะคล้ายหัวมัน ภาษาที่ใช้ จีนกลาง เงินที่ใช้เป็นหน่วย ดอลลาร์ไต้หวัน

วันแรกเราเดินทางโดยสายการบิน Tiger air เที่ยวบิน IT506 19.20-00.10 พอถึงเราก็เข้าที่พักเลยครับ เพราะไปถึงก็ดึกแล้ว เราพักกันที่ KING PARADISE HOTEL

   ถ้าหากใครอยากได้ โรงแรมราคาประหยัด ไม่ซีเรียสเรื่องห้องเล็ก อยู่ในเมือง ไกล้สนามบิน(สนามบินเถาหยวน) แต่เรื่องอาหารเยอะคุ้มราคา ผมแนะนำ โรงแรมนี้เลยครับ

หลังจากเรากินข้าวเช้าจนอิ่มหมี เราก็ออกเดินทางไปเมืองไทจง เพื่อไปล่องเรือทะเลสาบสุริยันจันทรา Sun Moon Lake เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของไต้หวัน

ล่องเรือทะเลสาบสุริยันจันทรา ชมความงามแล้ว ก็เข้าชมวัดพระถังซัมจั๋ง ที่ตั้งอยู่ในเกาะกลางทะเลสาบ และที่นี่ละครับ ผมก็ได้ลองเมนู แรร์ไอเทม ที่แสนธรรมดา อีกหนึ่งเมนู นั่นก็คือ ไข่ต้มน้ำชา ของเจ้านี่มีชื่อเสียงมาก ถ้าได้มาล่องเรือ ก็ต้องมาโดนให้ได้เลยทีเดียว

   หลังจากที่เราล่องเรือ และเดินชมวัดจนเหนื่อย ก็ได้เวลาหม่ำข้าวเที่ยงกันแล้วครับ เที่ยงนี้เราไปทานกันที่ร้าน Pan Restaurant ร้านนี้มีเมนูแนะนำหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเมนู ปลาประธานาธิบดี , กุ้งต้มใบชา , เห็ดชุบแป้งทอด

แต่เมนูที่รสชาติโดดเด่น มาถึงที่ พี่ต้องโดน ผมแนะนำนี่เลยครับ หน่อไม้น้ำจิ้มมายองเนส และ โอ้เอ๋ว

หน่อไม้น้ำต้ม แล้วปลอกเปลือกสีเขียวออก รสหวาน กรอบ  นำมาจิ้มกับมายองเนส เข้ากันดี เมนูนี้ต้องมาโดน

   โอ้เอ๋ว (ของหวานพื้นเมืองของชาวจีน ฮกเกี้ยน)รสเปรี่ยวหวาน และเมล็ดโอ้เอ๋ว(คลายเม็ดแมงลัก แต่ใหญ่กว่า) ซดลื่นคอ เหมาะอย่างยิ่งในการกินเป็นของหวานล้างปาก

*ที่ภูเก็ตบ้านเราก็มีเมนูนี้ให้ลองนะ

   หลังจากอิ่มอร่อย กับมื้ออาหารแล้ว เราเดินทางกันไปยังวัดเหวินหวู่ ที่วัดแห่งนี้ มีศาลเจ้ากวนอู  ซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม และศาลเจ้าขงจื้อซึ่งถือเป็นเทพเจ้าแห่งปัญญา นอกจากนั้น ภายในวัดยังมีรูปปั้น รูปเคารพ ของเทพองต่างๆให้สักการะ อีกด้วย

วัดนี้มีทั้งหมด 3 อาคารหลักๆ แนะนำให้ไปหลังจากฝนตก เพราะจะได้ชมลวดลายของรูปปั้นชัดเจน และฝนที่ไหลจากหลังคา จะไหลออกมาจากปากของรูปปั้นบางรูป ลองไปดูกันจ้าา

   จากนั้นเราเดินทางต่อไปยังร้านชาพื้นเมืองของไต้หวัน ที่นี่มีชาชั้นดีจำหน่าย แต่ที่ผมสนใจ กลับไม่ใช่กลิ่นของชาอู่หลง แต่เป็นไข่มุก ที่อยู่ในชานมนั้น รสชาติหวานกลมกล่อมในเนื้อไข่มุก และความเด้งสู้ลิ้น เคี้ยวติดเหงือก นั้นจัดว่าเด็ดมาก ที่สุดแล้วของการกินไข่มุก ในชาไข่มุก

   ผมลองไปสอบถามคนขาย เรื่องไข่มุกแล้ว คนขายบอกว่าเรามีไข่มุกยี่ห้อนี้จำหน่าย พร้อมคู่มือการต้ม หืม!!! มีคู่มือการต้มด้วย  

ว่าแล้วผมก็เลยถามว่ามันต้มยังไง ?? ที่นี้ละ คนขายร่ายยาวเลย (คนขายเป็นชาวเชียงรายนะเธอ)  ก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า ชื้อกินเถอะ !!!
ส่วนใครอยากเอามาลองต้มเอง ผมมีรูปให้นะ อุอุ

   หลังจากเราฟินกับชาใข่มุขไป เราก็เดินทางต่อไปในตัวเมืองไทจง เพื่อชมหมู่บ้านสายรุ้ง ยามเย็น ขอเล่าย้อนความเป็นมาของหมู่บ้านนี้นิดนึงนะครับ
ต้องขอเล่าย้อนไปถึงช่วงสงครามกลางเมืองของจีน ที่พรรคก๊กมินตั๋ง ภายใต้การนำของนายพลเจียง ไคเชก แพ้สงครามจนล่าถอย อพยพทหารและผู้คน  มายังเกาะไต้หวัน ต่อมาได้มีการสร้างหมู่บ้าน ให้ทหารอยู่อาศัย กาลเวลาผ่านไป ที่นี่กลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม ทางการต้องการรื้อทิ้ง แต่ได้มีทหารชื่อ Huang Yung-Fu หรือเรียกกันว่า อากงฝู เป็นคนวาดรูปและลวดลายต่างๆ ลงบนตัวบ้าน ทำให้มีการเรียกร้องให้เก็บบ้านนี้เอาไว้ ทำให้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว 

   หลังจากที่เดินเที่ยวกันจนเหนื่อย ก็ได้เวลาที่เรา รอคอยกันแล้วครับ นั่นก็คือ แท่น…แทน…แท้นนนนน อาหารเย็นครับพี่น้อง อาหารเย็น มื้อนี้เราไปเดินกินให้ตัวแตกกันที่ ตลาดฟงเจี่ยไนท์มาเก็ต กลาดกลางเมืองไทจง
ที่นี่เราได้พบกับเมนูทีเด็ดมากมาย แต่ที่โดนใจที่สุดก็เห็นจะเป็น เมนู ปากหม้อ ไต้หวัน(ผมตั้งเอง) เป็นเหมือนขนมปากม้อบ้านเรา แต่ใส่ใส้หมู/กุ้ง/เนื้อ กินกับน้ำซุปและน้ำซอสรสเด็ด นี่บอกเลย ได้มาเดิน ต้องมาโดน 

ปากหม้อไต้หวัน รสเด็ด

เนื้อย่างรสเด็ด ต้องเบิ้ล 2 กล่องเลยทีเดียว

   หาของกินกันจนเหนื่อย ก็ได้เวลา เติมน้ำตาลในเลือดให้พุ่งปรี๊ด ด้วยชาใข่มุก เจ้าดัง TIGER SUGAR

   หลังจาก เดินตลาดหาขนมหม่ำ ชิมชาไข่มุขเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเข้าโรงแรมกันจ้า คืนนี้เราพักกันที่ ORANGE HOTEL
ที่นี่ ห้องกว้างม๊วก ไกล้ตลาดกลางคืน อยู่ติดกับ 7-11 แถมอาหารเช้า ยังเยอะจริงกิงก่องแก้ว ใครที่เดินทางมาไทจง ขอแนะนำให้มาพักจ้าาา  

 

   หลังจากทานข้าวเช้ากันจนอิ่มหนำ เราก็ออกเดินทางจากเมืองไทจง เข้าสู่กรุงไทเป เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
ระหว่างทาง เราก็แวะร้านขนมของฝาก ชื้อพายสับปะรด ของขึ้นชื่อของไต้หวันซะหน่อย นอกจากพายสับปะรดแล้ว ที่นี่ยังมีขนมพื้นเมืองของไต้หวันอีกจำนวนมาก ราคาคิดเป็นเงินไทยก็ไม่แพงมาก เหมาะอย่างยิ่งกับการชื้อเป็นของฝาก นะฮับ
เดินแป๊ปๆ นั่งเรื่อยๆก็เที่ยงซะแล้ว วันนี้เราทานอาหารทะเลเป็นมื้อเที่ยง ร้านอยู่ไกล้ๆกับอุทยานเย่หลิว ขอบอกว่า มื้อนี้ดี๊ดี อาหารอลังการม๊วก

   ร้านนี้ อยู่ไกล้อุทยานเย่หลิว มีที่จอดรถ ไกล้ 7/11 วัตถุดิบสดใหม่ ส่วนรสชาติอาหารก็จัดว่าเยียมเลยทีเดียว โดยเฉพาะ เมนูปลิงทะเล จิ้มมายองเนส นั้นอร่อยเด็ดดวงทีเดียว

   หลังจากเติมพลังด้วยข้าวเที่ยงจนอิ่มหนำ ก็ได้เวลา ชมความงามของอุทยานเย่หลิว กันแล้วจ้าาาา

   อุทยานเย่หลิว (Yehliu Geopark) อยู่ด้านเหนื่อของกรุงไทเป มีลักษณะเป็นแหลม (ส่วนของผืนดินที่ยื่นเข้าไปในทะเล) เป็นอุทยาน ที่มีหินปูนรูปร่างแปลกตา ที่เกิดจากการกัดเซาะจากลม และน้ำทะเล เมื่อ 2 ล้านปีก่อน หินที่ขึ้นชื่อ ก็ได้แก่ หินเศียรราชินิ (ค่าเข้าชม 80 TWD)

   หลังจากเดินชิลๆ ถ่ายรูปเพลินๆที่อุทยานเย่หลิวแล้ว ก็ได้เวลาไปหาของกิน (อีกแล้ว) เราไปเดินกินชิลกันที่ หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนไหล่เขาในเมืองจีหลง แต่เดิมเมืองแห่งนี้เป็นแหล่งเหมืองทองที่มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ปัจจุบันไม่มีการทำเหมืองทองแล้ว จึงพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว 

ไอศกรีม ถั่วม้วน (ICE CREAM)

   หลังจากเดินตลาด ชมวิว จิบชา กันจนเมื่อย เราก็ช๊อปปิ้งใจกลางกรุงไทเปกัน ณ ซีเหมิงติง ที่นี่ถ้าเปรียบเป็นเมืองไทย ก็คือสยามสแควร์ เป็นแหล่งรวม แฟชั่น สินค้ารุ่นใหม่ ให้บรรดานักช๊อป นักชิม ได้เดินกันจนเพลินตาเลยดีเดียว

   ด้วยความที่ผมเองเป็นผู้ชาย ไม่ค่อยรู้เรื่องแฟชั่น แต่งตัวไม่ค่อยเก่ง ไม่รู้เรื่องเครื่องสำอางค์ ก็เลยได้แต่เดินต้วมเตี้ยมไปงั้นๆ
แต่ก็ได้ไปสะดุดตากลุ่มคนจำนวนมาก และกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ลอยโชยมาแต่ไกล ก็เลยไปเป็นไทยมุงกับเขาบ้าง ปรากฎว่า กลายเป็นบะหมี่ ยืนกิน ร้านดัง “
อาจงเหมี่ยนเซี่ยน
บะหมี่ร้านนี้ ไม่มีโต๊ะให้นั่งทาน จึงมีผู้คนจำนวนมากยื่นกินอยู่หน้าร้าน ส่วนรสชาดนั้น กลมกล่อมมีปลาหมึกแห้ง ใส้หมู และใส่ใบโหระพา (รสเหมือนต้มโคล้ง แต่น้ำเหนียวเหมือนราดหน้า) ท่านไหนอยากลองชิม แนะนำเลยจ้า ไม่ผิดหวัง

   หลังจากตะลอนกินมาจนเหนื่อย เมื่อยจิตกันทั้งวัน ก็ได้เวลาเข้าที่พัก เราพักกันที่ CU HOTEL ที่นี่ห้องข้อนข้างเล็ก อาหารเช้าดี (ถึงไม่เยอะเท่า 2 โรงแรมที่ผ่านมา) อยู่กลางเมือง เดินทางสะดวก

   วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริป เราเลยออกจากโรงแรมกันเร็วหน่อย เพราะรถที่ไทเปตอนเช้า ข้อนข้างติด (ไม่ติดเท่าบ้านเราแน่นวล) เราออกเดินทางไปยังวัดหลงซาน
วัดหลงซาน หรือวัดมังกร อายุเก่าแก่กว่า 240 ปี (ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) วัดแห่งนี้เคยถูกทิ้งระเบิด จนอุโบสถได้รับความเสียหายยับเยิน แต่ปรากฎว่า “พระโพธิสัตว์กวนอิม” ภายในวัด กลับไม่ได้รับความเสียหายเลย จึงทำให้ผู้คนเลื่อมใสพากันมากราบไหว้เป็นจำนวนมาก

   หลังจากเดินไหว้พระจนอิ่มบุญ เราก็แว๊ปไปถ่ายรูปกับตึก “ไทเป 101” กันซะหน่อยก่อนกลับ (แนะนำให้ถ่ายในโหมด พาโนราม่า)

   หลังจากที่เราบุกตลอนกิน-เที่ยวไต้หวันทั้ง 4 วัน ก็ได้เวลากลับไทยแลนด์แดนบ้านเกิดกันซะที เราเดินทางกลับโดยสายการบิน Tiger air เทียวบิน IT505 15.30-18.20 [มื้อเที่ยงเราไปทานกันในสนามบินนะครับ]

เกรดความรู้เล็กน้อย
ไต้หวันมีหวยรัฐบาลด้วยนะเธอ

   ทุกครั้งที่มีการชื้อสินค้า หรือบริการจะมีใบเสร็จรับเงินให้ ในใบเสร็จนั้นจะมีตัวอักษร 2 ตัว ตัวเลข 8 หลัก ซึ่งนั่นก็คือ ล็อตตารี่ นั่นเองงงง โดยจะออกทุก 2 เดือน มีเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวเหมือนเราด้วยนะเธออออ